พระสมเด็จบางขุนพรหม ประวัติ พิมพ์ทรง และจุดต่างจากวัดระฆัง
พระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระกรุที่มีเอกลักษณ์ต่างจากวัดระฆังชัดเจน โดยเฉพาะคราบกรุที่เกิดจากการบรรจุในเจดีย์ บทความนี้อธิบายประวัติ พิมพ์ทรง และวิธีแยกความต่าง
พระสมเด็จบางขุนพรหม สร้างขึ้นที่วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหมใน) ราวปี พ.ศ. 2413 โดยเสมียนตราด้วง ผู้มีศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้นิมนต์ท่านมาร่วมปลุกเสก แล้วนำพระบรรจุไว้ในเจดีย์ของวัด
ที่มาของคำว่า "พระกรุ"
เนื่องจากพระถูกบรรจุไว้ในเจดีย์เป็นเวลานาน เมื่อมีการเปิดกรุอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2500 พระที่ได้จึงมีคราบกรุติดอยู่ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ใช้แยกจากพระสมเด็จวัดระฆัง
คราบกรุที่พบมีหลายลักษณะ ทั้งคราบขี้กรุสีน้ำตาล คราบราดำ และคราบไขขาว ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พระวางอยู่ในเจดีย์และความชื้นที่ได้รับ
พิมพ์ทรงที่นิยม
พระสมเด็จบางขุนพรหมมีพิมพ์หลักหลายพิมพ์ ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่
- พิมพ์ใหญ่ — สัดส่วนสง่า เป็นพิมพ์ที่นักสะสมตามหามากที่สุด
- พิมพ์เส้นด้าย — มีเส้นเล็กคมชัดเป็นเอกลักษณ์
- พิมพ์สังฆาฏิ — เห็นแนวสังฆาฏิพาดชัดเจน
- พิมพ์ฐานแซม — มีเส้นแซมระหว่างฐาน
- พิมพ์เกศบัวตูม — ยอดพระเกศมีลักษณะคล้ายดอกบัวตูม
จุดต่างจากพระสมเด็จวัดระฆัง
แม้จะสร้างในยุคใกล้เคียงกันและมีสมเด็จโตเกี่ยวข้องทั้งคู่ แต่มีจุดต่างที่สังเกตได้
- พระบางขุนพรหมมีคราบกรุ ส่วนวัดระฆังเป็นพระที่ใช้สืบต่อกันมา จึงมีผิวสึกจากการใช้แทน
- เนื้อพระบางขุนพรหมมักแกร่งกว่าเล็กน้อย จากการอยู่ในกรุที่ความชื้นคงที่
- พิมพ์ทรงมีรายละเอียดต่างกันในเชิงสัดส่วน แม้จะเรียกชื่อพิมพ์คล้ายกัน
ข้อควรระวัง
พระบางขุนพรหมมีทั้งพระกรุเก่า (เปิดกรุ 2500) และพระกรุใหม่ที่ออกภายหลัง มูลค่าต่างกันมาก ผู้เช่าบูชาควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นพระยุคใด และควรพิจารณาพระที่มีบัตรรับรองประกอบเสมอ
นอกจากนี้ คราบกรุเป็นสิ่งที่มีการทำเลียนแบบเช่นกัน คราบแท้จะฝังแน่นเป็นเนื้อเดียวกับผิวพระ ไม่ใช่คราบที่ลอยอยู่บนผิวและหลุดง่ายเมื่อสัมผัส